Sunday, 12 June 2016

mine



กระจกหนึ่งบาน..
เวลาเราพาตัวเองไปยืนอยู่หน้ากระจกบานนั้น
ภาพที่สะท้อนออกมาให้เห็น
ก็คือสิ่งที่เราเห็นตัวเอง
ซึ่งคนเรานั้นจะรู้จักตัวเองได้มากน้อยเท่าไหนกัน..
บางครั้งสิ่งที่เราไม่รู้เรื่องตัวเอง
คนรอบข้างกลับรู้มากกว่า
จากการมองเห็นตัวเราผ่านสายตาของเขา
นั่นคือสิ่งที่พวกเขาสะท้อนกลับมา
บอกให้เรารู้..ถึงบางอย่างที่เราไม่เคยรู้..
เกี่ยวกับตัวเราเอง..
.
.
เรื่องตลกอย่างหนึ่งที่ฉันไม่เคยรู้
เกี่ยวกับตัวฉันเอง
ขนาดใช้ชีวิตมาเกือบ 20 ปี
ก็ปกติเหมือนกับเด็กผู้หญิงทั่วไป
นั่นเป็นเรื่องก่อนที่ฉันจะเข้าร่วมรายการเรียลลิตี้แห่งหนึ่ง
หลังจากนั้นฉันถึงเพิ่งรู้ว่าตัวเอง..
"กินจุ"
.
.
ฉันใช้ชีิวิต 24 ช.ม.ที่อยูู่ในบ้านถ่ายทอดสด
เช้าถึงเย็นยันมืดก็ยังมีสปอนเซอร์อาหารบนโต้ะเนืองแน่น
ตั้งแต่เด็กจนโตเวลาเราจะหยิบอะไรเข้าปาก
ก็เฉพาะเวลาหิวเท่านั้นแหละ
แต่ตัวฉันเองเป็นคนเผาเผลาญเร็ว
และฉันรู้ว่าตัวเองหิวตลอดเวลา
หลังอยู่ด้วยกันแบบสนิทชิดเชื้อทั้งวันทั้งคืน
เราก็เริ่มสังเกตุเรียนรู้นิสัยของกันและกัน
มันเริ่มที่เพื่อนๆรอบตัวเริ่มบอกกับฉันว่า "กินอีกแล้วนะ"
เอ้า.. งงแปลกตรงไหน
เมื่อก่อนอยู่บ้านเฉยๆอยากกินพิซซ่าฉันยังสั่งมากินเอง
แบบหมดเกลี้ยงคนเดียวทั้งถาดได้เลย
มันก็ไม่น่าแปลกอะไร.. ของที่เราชอบเราก็กินเยอะเป็นธรรมดา
ฉันก็คิดแบบนั้นนะ
มีครั้งนึงโชคดีได้เจอร้านราเมนกระดูกหมูที่ชอบมาก
วันนั้นฉันเลยกินแบบจัดหนักด้วยความคิดถึง
พอรู้ตัวอีกทีเพื่อนๆก็มามุงรอบตัว
พากันบอกว่าฉันเข้าแข่งรายการทีวีแชมป์เปี้ยน
ฉันชะงักแล้วมองชามรอบตัว..กี่ชามแล้วนะ..
อืม..ไม่แปลกหรอกของที่ชอบนี่นา..
.
.
ทุกวันท่ีเราฝึกซ้อมกันทั้งเหนื่อยทั้งล้า
บางทีก็ต้องเพิ่มพลังงานเพื่อเติมแรงกายแรงใจ
เพราะฉะนั้นการที่เรามักพบกันที่โต้ะอาหาร
ฉันมองว่าเป็นเรื่องปกติ (สำหรับฉัน '-')
เมื่อตอนที่อยู่บ้านก็กินทั้งวันทั้งคืนแบบนี้
ต่างกันแค่..ไม่เคยมีใครมาบอก
.
.
พอจบรายการนั้นได้ออกมาพบเจอกับผู้คนข้างนอก
ได้พบเจอผู้คนที่เฝ้ามองเรามาตลอด 3 เดือน
ช่วงแรกฉันกล้าพูดได้เต็มปากเลย
ว่าแทบทุกวันที่สองมือของฉันแน่นเอี๊ยดไปด้วยถุงเสบียง
ผู้คนมากหน้าหลายตาพากันหอบขนมมาฝาก
พวกเขารู้แม้กระทั้งว่าฉันชอบกินอะไรไม่กินอะไร
ตอนที่ฉันชอบช็อกโกแลตยี่ห้อหนึ่ง
ฉันก็จะได้รับกลับบ้าน 2-3 กล่องทุกวัน (จนตอนนี้เอียนไปเลย)
บางวันเคยได้เค้กทั้งก้อน พิซซ่าทั้งถาด
ฉันคิดในใจว่าพวกเขาต้องเห็นฉันเป็นตู้เย็นแน่ๆ =_=;
มีของล้นมือขนาดนี้ยังพรํ่าถามฉันว่า อิ่มไหม พอไหม
ฉันถึงฉุกคิดขึ้นมาได้เลยว่า เอ.. หรือว่าสิ่งที่ฉันมองว่าปกติมันไม่ปกติ
ซากกุ้งมหึมาที่ฉันกินไปวันนั้น

แปลกดีนะ
ที่อยู่กับตัวเองมาทั้งชีวิต
แต่ไม่เคยสังเกตุเลย
ฉันขอบคุณพวกเขาที่ทำให้ฉันได้รู้
เรื่องเล็กน้อยเกี่ยวกับตัวเอง
ขอบคุณที่เป็นกระจกอีกบาน
ที่ส่องให้เห็นอะไรที่ฉันไม่เคยเห็นในกระจกบานนั้น .